อาการแพ้ท้อง ของผู้หญิง อาการแพ้ท้อง
อาการแพ้ท้องมักเกิดในระยะแรกของการตั้งครรภ์พอเข้าสู่ไตรมาสสองอาการแพ้ท้องจะหายไปอาการของอาการแพ้ท้องมีอะไรบ้าง
- คลื่นไส้อาเจียนหลังจากดื่มน้ำหรือรับประทานอาหาร
- น้ำหนักลด
- ขาดน้ำ
- ปัสสาวะสีเข้ม
- เกลือแร่ในร่างกายอาจผิดปกติ
การดูแลตัวกรณีที่อาการไม่มาก
- รับประทานอาหารว่างที่มีโปรตีนสูง
- งดอาหารที่มีไขมันหรือใยอาหารสูงรับประทานอาหารที่มีแป้งสูง
- ให้รับประทานอาหารครั้งละน้อยๆแต่บ่อยๆ
- ให้รับประทานอาหารบนเตียงตอนตื่นนอนเนื่องจากการเคลื่อนไหวจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน
- เลือกรับประทานอาหารที่มีรสดี
- อย่าให้ท้องว่างเพราะท้องว่างจะทำให้เกิดคลื่นไส้อาเจียน
- หลีกเลี่ยงกลิ่นฉุนๆ
- งดดื่นน้ำผลไม้ กาแฟ แอลกอฮอล์ระหว่างรับประทานอาหาร
- ดื่มน้ำขิงอาจจะบรรเทาอาการ
ถ้ามีอาการมากน้ำหนักตัวลดมาก
- แพทย์จะให้ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน
- ให้น้ำเกลือเพื่อแก้คลื่นไส้อาเจียน
การเปลี่ยนแปลงทางเต้านม
ไตรมาสแรก
หลังการตั้งครรภ์6-8สัปดาห์จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเต้านม คุณแม่จะรู้สึกว่าเต้านมใหญ่ขึ้น กดจะเจ็บเนื่องจากมีการเจริญเติบโตของไขมันและต่อมน้ำนม เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงขยายใหญ่ขึ้นจนสังเกตเห็นได้ ควรเลือกขนาดของยกทรงให้เหมาะสม หัวนมและฐานหัวนมจะดำขึ้น
ไตรมาสสอง
ขนาดของเต้านมจะใหญ่ขึ้นและมีการเริ่มสร้าง colustrum ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกิดกับทุกคนแรกๆจะมีลักษณะเหนียวข้นต่อมาจะมีลักษณะเหลว ใส ของเหลวนี้จะหลังเมื่อมีการบีบหรือมีความตื่นเต้นทางเพศ
คุณแม่ต้องสังเกตว่าหัวนมโผล่หรือไม่ถ้าไม่โผล่ต้องปรึกษาแพทย์
อาการปวดหลัง
อาการปวดหลังเป็นอาการที่พบได้บ่อยเกิดได้ตั้งแต่เดือนแรกจนใกล้คลอด สาเหตุเกิดจากมดลูกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีน้ำหนักมากขึ้นทำให้หลังต้องแบก น้ำหนักเพิ่มขึ้นซึ่งมีวิธีป้องกันดังนี้
- อย่าใส่รองเท้าส้นสูงให้ใส่รองเท้าส้นเตี้ยๆ
- งดยกของหนัก
- ห้ามก้มยกของ
- อย่ายืนนาน ถ้าหากต้องยืนนานให้ยืนด้วยขาข้างเดียวสลับกันไป
- นั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิงและให้หนุนหมอนใบเล็กๆที่หลัง
- จัดสิ่งแวดล้อมที่บ้านและที่ทำงานเพื่อจะได้ไม่ต้องงอหลัง
- ที่นอนต้องไม่แข็งเกินไป
- ให้นอนตะแคงซ้ายขาขวาก่ายหมอนข้าง
- ประคบร้อนบริเวณที่ปวด
- ออกกำลังบริหารกล้ามเนื้อ
ปัสสาวะบ่อย ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์คุณแม่คงจะมีความรู้สึกอยากปัสสาวะแม้ว่าจะเพิ่งไป ปัสสาวะมาเนื่องจากมดลูกที่โตกดกระเพาะปัสสาวะ อาการปัสสาวะบ่อยจะดีขึ้นเมื่อมดลูกเจริญเข้าในท้องและจะเริ่มมีอาการอีก ครั้งเมื่อเด็กใกล้คลอด เมื่อมีปัสสาวะเล็ดเวลาจามหรือไอให้บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
อาการปวดท้องน้อย
เมื่อมดลูกใหญ่ขึ้นจะทำให้เอ็นทียึดมดลูกตึงตัว คุณแม่จะรู้สึกตึงหน้าท้องบางครั้งข้างเดียวบางครั้งสองข้างลักษณะจะปวดตึงๆ มักจะเริ่มขณะอายุครรภ์ 18-24 สัปดาห์ การป้องกัน
- อย่าเปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็ว
- เมื่อปวดท้องให้โน้มตัวมาท่งหน้า
- ให้นอนพักหรือเปลี่ยนท่าบ่อยๆจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด
อาการปวดศีรษะ
เป็นอาการที่พบได้บ่อย ความถี่ของการปวดและความรุนแรงจะไม่เท่ากันในแต่ละคนหากท่านรับประทานยาเป็น ประจำโปรดปรึกษาแพทย์ โปรดปรึกษาแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้
- ปวดไม่หาย
- ปวดบ่อย
- ปวดรุนแรงมาก
- ตาพร่ามัวหรือมองเป็นจุด
- ปวดศีรษะร่วมกับคลื่นไส้
ริดสีดวงทวาร
เป็นหลอดเลือดที่โป่งพองมักจะพบในคนที่ท้องผูก หลังคลอดอาการท้องผูกจะดีขึ้น การป้องกัน
-หลีกเลี่ยงท้องผูก
-รับประทานอาหารที่มีใยมาก
-ดื่มน้ำมากๆ
-ก้นแช่น้ำอุ่น
-ใช้ครีมทา
อาการจุกเสียดแน่นท้อง
คุณแม่จะมีอาการจุกเสียดท้องอาการจุกจะเริ่มจากกระเพาะไปสู่หลอดอาหาร เกิดเนื่องจากมีกรดมาก อาหารย่อยช้าและมดลูกที่ดันกระเพาะปัจจัยต่างๆเหล่านี้จะทำให้แน่นท้อง วิธีป้องกันอาการแน่นท้อง
- รับประทานอาหารบ่อยๆเป็นวันละ 5-6 ครั้ง
- หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำระหว่างรับประทานอาหาร
- หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส และรสจัด
- งดสุราและบุหรี่
- งดอาหารก่อนออกกำลังกาย
นอนไม่หลับ
มดลูกเริ่มโตขึ้นคุณแม่จะหาท่าสบายๆนอนยากเต็มแต่ก็มีเคล็ดในการนอนคือ
- ถ้านอนไม่หลับให้อาบน้ำอุ่นก่อนนอน
- ดื่มนมอุ่นๆสักแก้วจะช่วยให้หลับดีขึ้น
- ให้นอนตะแคงข้างซ้ายมีหมอนหนุนท้องและขา
- นอนบนม้าโยก
ตะคริว
คุณแม่เมื่อใกล้คลอดจะมีอาการตะคริวที่เท้าทั้งสองข้างโดยมากมักจะเป็นขณะนอน มีวิธีป้องกันดังนี้
-ให้เหยียดขาก่อนนอน
-ขณะเหยียดห้ามชี้นิ้วเท้าให้ดึงข้อเท้าเข้าหาตัว
-ประคบอุ่นที่น่อง
-นวดน่อง
-ดื่มน้ำมากๆ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรือกาแฟ
-ให้รับประทานอาหารที่มีแคลเซียม
อาการเหนื่อยหอบ
เมื่ออายุครรภ์ได้31-34 สัปดาห์มดลูกใหญ่ขึ้นจนดันกำบังลมทำให้รู้สึกหายใจไม่อิ่ม คุณแม่ไม่ต้องกังวลกับอาการนี้ว่าลูกจะได้ oxygen เพียงพอหรือไม่เด็กยังคงได้รับ oxygen อย่างเพียงพอ เมื่อใกล้คลอดอายุครรภ์ 36-38 สัปดาห์จะเริ่มหายใจสะดวกขึ้นเนื่องจากเด็กเคลื่อนตัวลงช่องเชิงกรานวิธี ป้องกันไม่หายเหนื่อย
-ขยับตัวช้าๆเพื่อไม่ให้ปอดและหัวใจทำงานหนัก
-นั่งตัวตรงเพื่อเพิ่มเนื้อที่ปอด
-ให้นอนหัวสูง
การเปลี่ยนผิวหนังในคนท้อง
เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่พบบ่อยๆคือ
-จะเกิดฝ้าขึ้นโดยเฉพาะบริเวณที่เจอแดดดังนั้นควรทาครีมกันแดด
-จะเกิดรอยดำเป็นเส้นบริเวณหัวเหน่า หลังคลอดรอยดำจะหายไป
-รอยแนวสีชมพูบริเวณหน้าท้องที่เรียกว่าท้องลายเป็นการขยายของหน้าท้อง เพื่อการเจริญเติบโตของเด็ก ไม่มีทางป้องกัน รอยนี้จะค่อยๆจางหายไปหลังคลอด
-จะเห็นเส้นเลือดบริเวณหน้าอกขยาย ผิวบริเวณผ่ามือจะแดง อาการทั้งสองเป็นผลจากฮอร์โมน
-อาจจะเกิดสิวขึ้นให้ล้างหน้าวันละหลายครั้ง ห้ามใช้ tetracyclin และRoaccutane
อาการบวมและเส้นเลือดขอด
ผู้ป่วยที่ใกล้คลอดอาจจะมีอาการบวมหลังเท้าวิธีแก้ให้นั่งหรือนอนยกเท้า สูง ห้ามซื้อยาขับปัสสาวะมารับประทานเด็ดขาด ถ้าหากบวมแขนหรือหน้าต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบ
เส้นเลือดขอดเกิดจากมดลูกกดทับเส้นเลือดดำอาจจะเกิดบริเวณขา อวัยวะเพศหลังคลอดจะหายไปวิธีป้องกัน
-อย่านั่งหรือยืนนานเกินไป
-ยกเท้าสูง
-นอนยกเท้าสูง
-อย่าใส่ถุงเท้าที่รัดแน่น
-ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
-อย่านั่งไขว่ห้าง
ที่มาจาก http://www.panyathai.or.th/
http://www.dekying.com