Home » นานาสาระ » อาการแพ้ท้อง ว่าที่คุณแม่ควรรู้ อาการของคนแพ้ท้อง เพื่อรับมือ


อาการแพ้ท้อง ว่าที่คุณแม่ควรรู้ อาการของคนแพ้ท้อง เพื่อรับมือ

อาการแพ้ท้อง

ว่าที่คุณแม่ควรรู้ อาการของคนแพ้ท้อง เพื่อรับมือ เป็นคำถามที่ว่าที่คุณแม่มือใหม่อยากรู้มากเลยทีเดียวครับ เรื่องอาการแพ้ท้อง และการเตรียมพร้อมรับมือ ไม่ว่าจะเป็นการทานยา Jamjung.com ได้ทำการรวบรวม ข้อมูลทั้งหลายเกี่ยวกับ อาการของคนแพ้ท้อง ดังหัวข้อด้านล่างครับ

อาการแพ้ท้อง

  1. อาการแพ้ท้องคืออะไร
  2. อาการแพ้ท้องเกิดจากอะไร
  3. อาการแพ้ท้องจะคงอยู่เป็นระยะเวลานานเท่าใด
  4. ระดับของอาการแพ้ท้อง
  5. มีวิธีการรักษาอาการแพ้ท้องให้หายขาดหรือไม่
  6. 15 วิธีแก้อาการแพ้ท้อง
  7. เคล็ดลับรับมืออาการแพ้ท้อง อื่นๆ

================================

อาการแพ้ท้องคืออะไร

อาการแพ้ท้อง คือ อาการเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย ของคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ อาการนี้เกิดเองและหายได้เอง ระยะเวลาของการแพ้ท้อง จะหมดไปในช่วงเดือนที่ 3 ของการตั้งครรภ์

หลักๆแล้วอาการแพ้ท้องจะบ่งบอกอาการดังนี้

  • น้ำหนักตัวลด
  • การเปลี่ยนแปลงทางเต้านม
  • ปวดหลัง
  • ปวดท้องน้อย
  • ปวดศีรษะ
  • ริดสีดวงทวาร
  • จุกเสียดแน่นท้อง
  • นอนไม่หลับ
  • ตะคริว
  • เหนื่อยหอบ
  • การเปลี่ยนผิวหนังในคนท้อง
  • อาการบวมและเส้นเลือดขอด

อาการแพ้ท้องเกิดจากอะไร

เชื่อกันว่าอาการแพ้ท้องเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย ซึ่งรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “HCG” (Human Chorionic Gonadotropin) ที่เพิ่มสูงขึ้น และประสาทรับกลิ่นมีความไวมากขึ้น แม้แต่สภาพอารมณ์หรือระดับความเครียดก็สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ท้องได้เช่น กัน ดังนั้นคุณแม่จึงควรหาเวลาผ่อนคลายความเครียดให้มากๆ ถึงแม้ว่าอาการแพ้ท้องอาจทำให้คุณรู้สึกวิตกกังวล แต่หากคุณสามารถรับประทานอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติ อาการแพ้ท้องก็จะไม่เป็นอันตรายกับลูกน้อยของคุณอย่างแน่นอน แต่หากคุณไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้เลยหรือรู้สึกเบื่ออาหารทุก ชนิด ควรปรึกษาสูติแพทย์หรือพยาบาลผดุงครรภ์ของคุณพวกเขาสามารถช่วยคุณได้แน่นอน

อาการแพ้ท้องจะคงอยู่เป็นระยะเวลานานเท่าใด

ระยะเวลาของการแพ้ท้อง จะหมดไปในช่วงเดือนที่ 3 ของการตั้งครรภ์

ระดับของอาการแพ้ท้อง

จากข้อมูลพบว่าระดับของการแพ้ท้องนั้น แบ่งออกเป็น 3 ระดับดังนี้

อาการแพ้ท้อง ระดับที่ 1 มีอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะเล็กน้อย มักมีอาการในช่วงเช้า รับประทานอาหารได้น้อยลง มีการอาเจียนบ้าง แต่สามารถบรรเทาได้เมื่อปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น ถ้าคุณแพ้ท้องแบบนี้ก็สบายใจได้ค่ะ ว่าการแพ้ท้องของคุณอยู่ในระดับ Morning Sickness ทั่ว ๆ ไป ไม่น่ากังวลมาก อ้อ…น้ำหนักตัวของคุณแม่ตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก ควรเพิ่มขึ้น 1-2 กิโลกรัม ในช่วงที่แพ้ท้องมากจนรับประทานอาหารไม่ค่อยได้ คุณแม่ตั้งครรภ์อาจมีน้ำหนักลดลงเล็กน้อยค่ะ

อาการแพ้ท้อง ระดับที่ 2 มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ พักผ่อนอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น และมีปัสสาวะสีเข้ม ต้องรีบพบแพทย์ กรณีที่อาเจียนมากจนรับประทานอาหารไม่ได้ คุณหมออาจให้น้ำเกลือ หรือฉีดกลูโคส เพื่อบรรเทาอาการอ่อนเพลียก่อน แล้วอาจให้รับประทานยาประเภท Dimenhydrinate ซึ่งเป็นยาระงับอาการคลื่นไส้ ซึ่งต้องรับประทานก่อนที่จะเกิดอาการแพ้ รวมทั้งการแนะนำให้ปรับวิธีรับประทานอาหาร เมื่อพบแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำแล้วอาการแพ้ท้องก็จะบรรเทาลงได้

อาการแพ้ท้อง ระดับที่ 3 เป็นการแพ้ท้องขั้นรุนแรง ซึ่งทางการแพทย์ เรียกว่า Hyperemesis Gravidarum (HG) พบประมาณ 0.3 ถึง 2% ในหญิงตั้งครรภ์ อาการจะรุนแรงถึงขั้นที่คุณแม่รับประทานอะไรไม่ได้เลย อาเจียนมากจนร่างกายขาดทั้งน้ำและอาหาร บางคนอาเจียนจนหลอดเลือดที่อยู่บริเวณหลอดอาหารมีการฉีกขาดจนมีเลือดปนมากับ อาเจียน บางคนอาเจียนจนมีเลือดออกใต้เยื่อบุตา ผู้ที่แพ้ท้องขั้นรุนแรง จะเริ่มแพ้เร็วกว่าการแพ้ท้องธรรมดาและมักจะแพ้นาน บางรายอาจแพ้ท้องอย่างหนักไปจนถึงคลอด แต่ส่วนใหญ่จะดีขึ้นเมื่อตั้งครรภ์ได้ 20 สัปดาห์

วิธีการรักษาอาการแพ้ท้อง

  • รับประทานของขบเคี้ยวง่ายๆ และไม่หวานมากทันทีที่คุณตื่นนอน เช่น บิสกิตหรือขนมปังกรอบจะช่วยได้อย่างมาก จากนั้น ให้นอนพักอีก 20-30 นาที ก่อนลุกออกจากเตียง
  • ในช่วงที่เหลือระหว่างวัน พยายามรับประทานครั้งละน้อยๆ แต่รับประทานบ่อยๆ ทานอะไรสักหน่อย ดีกว่าไม่ได้ทานอะไรเลยหรือซื้อของขบเคี้ยวมาเก็บไว้ เช่น ขนมปังกรอบหรือโยเกิร์ตไว้รับประทานเวลาหิว
  • อาหารที่มีโปรตีนหรือคาร์โบไฮเดรตสูงสามารถช่วยป้องกันอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ เพราะฉะนั้น พยายามรับประทานอาหารทั้งสองชนิดนี้ร่วมกัน เช่น รับประทานไข่สุกกับขนมปังปิ้ง
  • ดื่มน้ำมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเปล่า น้ำผลไม้ นม ชาผลไม้ น้ำอะไรก็ตามที่คุณสามารถดื่มได้ น้ำขิงหรือชาขิงจะช่วยให้อาการคลื่นไส้อาเจียนลดลงและทำให้หายจากอาการแพ้ ท้องได้ ที่สำคัญ อย่าลืมหาเวลาผ่อนคลายเพื่อกำจัดความเครียดที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน การพูดคุยกับว่าที่คุณแม่คนอื่นๆ ที่มีอาการแพ้ท้องเช่นเดียวกันก็สามารถช่วยผ่อนคลายได้

15 วิธีแก้อาการแพ้ท้อง

  1. ทานอาหารในปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่ามีอะไรตกถึงท้อง เลือกทานผลไม้ผักสด และอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น ขนมปัง หรือขนมปังกรอบ
  2. เวลาทานข้าว ให้ดื่มน้ำหลังอาหาร ไม่ใช่ประเภทข้าวคำน้ำอีกคำจะทำให้คุณพะอืดพะอมเพราะอิ่มน้ำมากเกินไป
  3. พยายามทานอะไรเบาๆ ก่อนนอน อาจจะเป็นนมสักแก้ว โยเกิร์ต ขนมปังหรือแซนด์วิชจะช่วยป้องกันอาการแพ้ท้องตอนเช้าวันรุ่งขึ้นหรืออาจจะ เป็นขนมปังกรอบหลังตื่นนอนหรือก่อนลุกจากเตียงก็ได้ค่ะ
  4. ลืมตาตื่นแล้ว นอนพักสักครู่อย่าเพิ่งรีบลุกพรวดพราดเพราะจะทำให้คลื่นไส้ได้ง่าย
  5. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีเครื่องเทศ เช่น แกงกะหรี่ อาหารทอดหรืออาหารที่มีความเป็นกรดสูงเพราะอาหารประเภทนี้ย่อยยาก
  6. ไม่ควรแปรงฟันหลังอาหารทันที เพราะแปรงสีฟันที่คุณแหย่เข้าไปในปากอาจทำให้คุณอยากอาเจียนได้ หรือถ้าทนรสชาติยาสีฟันที่ใช้อยู่ไม่ไหวลองหันไปใช้ยาบ้วนปากดูบ้างก็ได้ค่ะ
  7. จิบน้ำแร่หรือน้ำอัดลมเวลาคลื่นไส้ ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้เช่นกัน
  8. รับอากาศบริสุทธิ์อย่างสม่ำเสมอ เวลาทำกับข้าวคุณอาจจะลองเปิดหน้าต่างออกกว้างๆหรือใช้พัดลมดูดอากาศ
  9. ถ้ากลิ่นของอาหารร้อนๆ ทำให้คุณคลื่นเหียนเวียนหัว ลองเปลี่ยนมาทานอาหารเย็นๆ ดูบ้างเผื่อจะดีขึ้น
  10. ทานหรือดื่มอะไรที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว หรือจะฝานมะนาวแผ่นบางๆ ลงไปในน้ำชาก็เข้าทีดีเหมือนกัน
  11. ขิงในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขนมปังขิง น้ำขิง ชาขิง หรือแม้แต่ขิงในรูปแคปซูลช่วยอาการแพ้ท้องได้ค่ะ
  12. ห้ามเครียดหาเวลาผ่อนคลาย ว่างๆ คุณอาจจะนอนแช่น้ำอุ่นในอ่างหรือนอนนิ่งๆ ฟังเพลงสบายๆ ลองเปิดใจพูดคุยกับสามีถึงเรื่องที่คุณกังวล
  13. ทานวิตามินบี 6 ขนาด 50 กรัม วันละ 2 เม็ด แต่ควรปรึกษาคุณหมอดูก่อนนะคะว่าจำเป็นสำหรับคุณแค่ไหน
  14. เลือกทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี ซึ่งพบมากในอาหารประเภทผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ตับ ไข่ ปลา สัตว์น้ำประเภทมีเปลือก ถั่ว พืชประเภทถั่ว ข้าวโพด หรือในรูปของอาหารเสริมก็ได้มีงานวิจัยชี้ว่าผู้หญิงที่ทานอาหารที่มีแร่ ธาตุสังกะสีมีแนวโน้มที่จะแพ้ท้องน้อยกว่าค่ะ
  15. ข้อสุดท้ายนี้ต้องอาศัยการร่วมมือร่วมแรงจากคนใกล้ตัว ก็ความรักและการดูแลเอาใจใส่จากคุณสามีนั่นล่ะค่ะเป็นวิธีปราบแพ้ท้องได้ ชะงัดนัก

เคล็ดลับอื่นๆเพื่อช่วยลด อาการแพ้ท้อง

  1. หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีอากาศร้อน ถ้าต้องเดินออกไปกินข้าวกลางวันก็พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด เลือกร้านที่สามารถเดินหลบแดดใต้ชายคา หรือพกร่มและพัดติดตัวไปด้วย
  2. สวมใส่เสื้อผ้าที่สบายตัว เนื้อผ้าระบายอากาศดี
  3. ลดสัมภาระในกระเป๋าให้เหลือแต่ของจำเป็นเท่านั้น จะได้ไม่ต้องเหนื่อยจากการแบกน้ำหนักระหว่างเดินทาง
  4. หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่คนแออัด ถ้าเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้ผ้าปิดปาก เพื่อให้ได้กลิ่นต่าง ๆ น้อยลง อมลูกอมหรือสูดยาดมให้ชื่นใจ
  5. อยู่บ้านเปิดประตูหน้าต่างเพื่อช่วยให้อากาศถ่ายเทสะดวก และระบายกลิ่นอับออกไป
  6. เวลาทำกับข้าวหรือกินอาหารเสร็จ อย่าลืมเปิดพัดลมระบายอากาศกำจัดกลิ่น
  7. หากเคยนอนดึก หรืออดนอนเป็นประจำให้เลิกเสีย พยายามนอนหลับให้เพียงพอทุกคืนจะช่วยลดอาการแพ้ท้องลงไป
  8. หาเวลางีบหลับระหว่างวัน ไม่ควรงีบหลับหลังอาหารทันที
  9. ตอนเช้าหลังตื่นนอนขอให้ค่อย ๆ ลุกจากเตียงช้า ๆ อย่ารีบร้อน
  10. เมื่อตื่นแล้วอาจนั่งพักบนเตียงสักครู หาขนมปังกรอบรสจืด หรือซีเรียลแห้งมารองท้องจะช่วยลดอาการปั่นป่วนในกระเพาะได้
  11. เครื่องดื่มพวกชาสมุนไพรเพิ่มความสดชื่น อย่าง ชาขิงช่วยบรรเทาการคลื่นไส้ แถมยังมีส่วนช่วยบำรุงน้ำนม และทำให้ร่างกายอบอุ่นด้วย
  12. เปลี่ยนเป็นรับประทานอาหารมื้อย่อย ๆ แทนอาหารมื้อใหญ่วันละ 3 มื้อ
  13. เลือกอาหารประเภทโปรตีนจะช่วยลดอาการแพ้ท้องได้ เช่น เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ อาหารทะเล ไข่
  14. เมื่อนึกอยากอาหารรสเปรี้ยวให้เลือกยำ สลัด หรือผลไม้สด แทนของดอง
  15. เลี่ยงอาหารมัน ๆ รสเผ็ดจัด
  16. ดื่มน้ำทีละน้อย ๆ แต่บ่อย ๆ ตลอดวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดน้ำ
  17. ปรึกษาเรื่องวิตามิน อาหารเสริม

เรียบเรียงโดย Jamjung.com

ข้อมูลจากเว็บไซต์เหล่านี้

http://women.kapook.com

http://www.meesara.com

http://www.n3k.in.th

http://www.panyathai.or.th

http://www.dumex.co.th

http://women.thaiza.com

หัวข้อน่าสนใจ

Leave a comment

You must be Logged in to post comment.