Home » นานาสาระ » ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อนส่วนบุคคล


ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อนส่วนบุคคล

ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อนส่วนบุคคล หลายๆคนอยากเป็นสมาชิกชมรมนี้ เค้าเปิดตัวแล้วนะครับ ตามข้อมูลด้านล่างนะครับ

“ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วน บุคคล” เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว เป้าหมายเป็นศูนย์กลางช่วยแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชนที่เกิดจากการเก็บ ดอกเบี้ยไม่เป็นธรรม
“ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล” ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2550 ที่ห้องประชุมชั้น 1 ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและประชาชนที่ประสบปัญหาหนี้ส่วนบุคคลและหนี้บัตร เครดิต ประมาณ 200 คนร่วมเป็นสักขีพยาน

นายสาโรจน์ จิระรรมกูล ประธานชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล เปิดเผยว่า กิจกรรมที่สำคัญของชมรมฯ คือการให้คำปรึกษา แนะนำแก่ผู้ที่มีปัญหาหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ผ่านทางเว็บบอร์ดของชมรมฯ ที่อยู่ภายใต้เว็บไซต์ของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค www.consumerthai.org โดยผู้ที่สนใจสามารถตั้งกระทู้ถามปัญหาหรือแบ่งปันประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล จากนั้นจะมีสมาชิกในชมรมฯ ที่มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาหนี้มาช่วยกันตอบคำถาม หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งกระทู้เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ จะถูกเก็บข้อมูลเอาไว้ให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาและค้นหาได้ ปัจจุบันมีกระทู้มากกว่า 20,000 กระทู้ และมีสมาชิกชมรมถึง 3,700 คน

นอกจากให้คำปรึกษาปัญหาทางเว็บไซ ต์แล้ว หากกรณีใดที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ เช่น ต้องการแนวทางต่อสู้คดีในชั้นศาลก็สามารถนัดพบเพื่อขอคำปรึกษาจากทนายความ ที่ปรึกษาประจำชมรมฯ ได้

นายไพโรจน์ โภคสุวัฒน์ ในฐานะผู้ริเริ่มและที่ปรึกษาชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล กล่าวว่า ปัญหาหนี้สินที่เกิดขึ้นกับประชาชนในขณะนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมาตรการทางด้านดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ประกาศให้กลุ่มผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non Bank) สามารถเรียกเก็บดอกเบี้ยจากประชาชนได้ถึง 28% ต่อปี ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่มีอำนาจแล้วไปอาศัยประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 58 เข้ามาใช้รองรับการประกาศนโยบายของตน ตนเห็นว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงมากและไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค เพราะในปัจจุบันก็มีกฎหมายว่าด้วยเรื่องการเก็บดอกเบี้ย พ.ศ.2475 ที่กำหนดให้เก็บดอกเบี้ยได้เพียง 15% ต่อปีอยู่แล้ว และตนก็เห็นว่าเป็นอัตราที่เหมาะสม แต่ ธปท.กลับไม่ใช้ การปล่อยให้มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยที่ 28% ต่อปี จึงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนจำนวนมาก

ที่มา

http://www.pattanakit.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=477415&Ntype=135

หัวข้อน่าสนใจ

Leave a comment

You must be Logged in to post comment.