Home » งานใหม่ » เทคนิคสอบสัมภาษณ์งาน เทคนิคการตอบคำถามสัมภาษณ์งาน โหดๆ


เทคนิคสอบสัมภาษณ์งาน เทคนิคการตอบคำถามสัมภาษณ์งาน โหดๆ

เทคนิคสอบสัมภาษณ์งาน เทคนิคการตอบคำถามสัมภาษณ์งาน โหดๆ เพื่อนๆหรือน้องๆที่กำลังจะเข้ารับการสัมภาษณ์ เพื่อทำงานในบริษัทต่างๆ การเตรียมตัว รู้เขารู้เราย่อมเป็นการดีครับ วันนี้เราได้รวบรวมคำถามสัมภาษณ์งาน ที่ว่ากันว่าโหดสุดและหินมากๆ พร้อมท้องบอกแนวทางในการตอบเพื่อให้โดนใจคนสัมภาษณ์ และเพิ่มโอกาสการได้งานของเราครับ ทั้งนี้ไม่มีรูปแบบตายตัวนะครับ เพื่อนๆสามารถเอาไปปรับได้ครับ

เทคนิคสอบสัมภาษณ์งาน คำถามสัมภาษณ์งาน

10 คำถามที่คุณต้องเจอแน่นอนในการสัมภาษณ์งานครับ

คำถามสัมภาษณ์งาน 1. ช่วยเล่าเกี่ยวกับตัวคุณให้เราฟัง
เทคนิคการตอบ
ใช้ เวลาเพียง 2-3 นาทีสั้นๆ แบบกระชับได้ใจความ บอกเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงเป็นผู้สมัครที่ดีที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้ รวมถึงยกตัวอย่างให้ฟังเพื่อช่วยอธิบายและเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเรา เช่น “หลังจากเรียนจบด้านบัญชีและทำงานที่บริษัทตรวจสอบบัญชีมา 5 ปี ทำให้เป็นคนทำงานเร็วและละเอียดรอบคอบ เพราะการตรวจสอบบัญชีแต่ละครั้งมีระยะเวลากำหนดชัดเจนว่ากี่วันหรือกี่ สัปดาห์ ทั้งยังฝึกความเป็นผู้นำ เพราะต้องดูแลน้องในทีมที่ออกตรวจงานด้วยกัน รวมถึงแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี สิ่งเหล่านี้ทำให้ดิฉันได้รับมอบหมายดูแลงานโปรเจคใหญ่ๆ อยู่เสมอ”

สิ่งที่ไม่ควรตอบ
การเล่าทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเอง ตั้งแต่จบประถม มัธยม เข้ามหาลัย จนทำงาน แต่ไม่มีจุดเด่นอะไรเพียงพอที่จะทำให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกสนใจในตัวคุณ

คำถามสัมภาษณ์งาน 2. ทำไมคุณถึงคิดว่าเหมาะกับงานนี้
เทคนิคการตอบ
โอกาส มาถึงแล้ว อย่ากลัวที่จะพูด อาจจะเริ่มจากประสบการณ์และความสามารถที่เคยผ่านมา อันเป็นสาเหตุทำให้คุณเหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้ แล้วต่อด้วยเหตุผล ตัวอย่าง กรณีศึกษา สิ่งที่เป็นจุดเด่นและแตกต่างจากผู้สมัครคนอื่น

กรณีที่เพิ่งจบการศึกษาหมาดๆ ถ้าสมัยเรียนทำกิจกรรมมาเยอะ เช่น ออกค่าย ฝึกงาน โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน ฯลฯ อย่าลังเลที่จะบอกเล่าว่ากิจกรรมเหล่านั้น ทำให้ตัวเองเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นง่าย รู้จักปรับตัว ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น และเรียนรู้เร็ว เป็นต้น

หากตกที่นั่งเด็กเรียน ไม่ค่อยสนใจกิจกรรม ให้ตอบว่าเป็นคนที่ทุ่มเทกับเรื่องที่ได้รับผิดชอบ เช่น เรื่องเรียนหรือรายงานกลุ่ม อาจยกเกรดเฉลี่ยเลขสวยๆ มาเป็นตัวอย่าง หรือวิธีการเลือกวิชาเรียน ที่แสดงให้เห็นว่ามีการเตรียมตัว วางแผนการเรียนมาเป็นอย่างดี

สิ่งที่ไม่ควรตอบ
การตอบคำถามสั้นๆ เช่น “ด้วยประสบการณ์ทำงาน 2 ปีที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าสามารถทำงานนี้ได้” แล้วจบทันที ในกรณีนี้ คุณอาจจบเห่ เพราะไม่มีเหตุผลและตัวอย่างที่จะทำให้ผู้สัมภาษณ์เชื่อและมั่นใจในตัวคุณ

คำถามสัมภาษณ์งาน 3. ตามความเข้าใจของคุณ คิดว่าตำแหน่งนี้ต้องรับผิดชอบงานอะไรบ้าง
เทคนิคการตอบ
ทำ การบ้านก่อนมาสัมภาษณ์ด้วยการอ่านรายละเอียดของงานและคุณสมบัติของผู้ สมัครที่ทางบริษัทต้องการ ทำความเข้าใจกับมัน ตอบให้สั้นและกระชับใจความ สิ่งสำคัญก่อนตอบต้องมั่นใจว่าเข้าใจ ถ้าไม่แน่ใจส่วนไหนไม่ต้องกลัวที่จะถาม อาจตั้งคำถามกลับในทำนองว่า เข้าใจตำแหน่งงาน แต่ไม่แน่ใจเกี่ยวกับข้อมูลกลุ่มลูกค้า และผลิตภัณฑ์มากนัก อยากให้ช่วยอธิบายให้เข้าใจในเบื้องต้น

สิ่งที่ไม่ควรตอบ
ถ้าไม่รู้ อย่าพยายามตอบ เพราะถ้าตอบผิด นั่นหมายความว่าคุณไม่ได้ทำการบ้านมา ไม่ได้ให้ความสนใจกับงานนี้ แถมยังมั่วอีกต่างหาก
คำถามสัมภาษณ์งาน 4. คุณรู้อะไรเกี่ยวกับบริษัทเราบ้าง
เทคนิคการตอบ
ก่อน มาสัมภาษณ์งาน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทราบและเข้าใจข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับองค์กรที่สมัคร เช่น ผลิตภัณฑ์ กลุ่มลูกค้า คู่แข่ง ภาพลักษณ์องค์กร ที่มาและประวัติขององค์กร ฯลฯ สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า คุณได้ทำการบ้านมา และให้ความสนใจกับองค์กรอย่างแท้จริง อย่าลืมย้ำตอนท้ายด้วยว่า หลังจากที่ศึกษาเกี่ยวกับองค์กร ทำให้เรามีความสนใจที่อยากจะทราบเกี่ยวกับองค์กรเพิ่มเติม

สิ่งที่ไม่ควรตอบ
การตอบแบบมั่นใจในตัวเองจนเกินไป หรือคำตอบที่สร้างภาพพจน์ไม่ดีให้กับตัวเอง เช่น “ทราบมาว่าที่นี่กำลังขาดผู้จัดการฝ่ายการตลาด ด้วยประสบการณ์งาน 3 ปีในด้านนี้ ทำให้คิดว่าสามารถแก้ปัญหานี้ได้” คำตอบอย่างนี้นอกจากไม่สร้างทัศนคติที่ดีขององค์กรให้กับตัวเองแล้ว ยังเป็นการโอ้อวดตัวเองเกินไป

คำถามสัมภาษณ์งาน 5. อะไรคือจุดมุ่งหมายระยะยาวในการทำงานของคุณ
เทคนิคการตอบ
พูด ถึงสิ่งที่อยากทำในอนาคต และต้องบอกวิธีที่จะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ ซึ่งควรจะเกี่ยวข้องกับงานที่สัมภาษณ์อยู่ เช่น อีก 5 ปีข้างหน้าอยากเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่เต็มไปด้วยศักยภาพและความสามารถ ในการพัฒนาพนักงานและองค์กรให้มีประสิทธิภาพ การที่จะถึงจุดนั้นได้ต้องมีการเตรียมตัวเป็นอย่างดี เช่น การได้มีโอกาสทำงานที่บริษัทนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งในการเตรียมตัวสำหรับอนาคต และอาจเพิ่มเติมตัวอย่าง เช่น วิธีการทำงานของตน เป็นต้น

สิ่งที่ไม่ควรตอบ
การตอบในสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานที่สมัคร อยู่ (ถึงแม้จะเป็นความจริง) เพราะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ เช่น อยากเปิดร้านอาหารในอีก 10 ปีข้างหน้า ถ้าตอบเช่นนั้น อาจโดนถามต่อว่าแล้วมาสมัครงานที่นี่ทำไม

คำถามสัมภาษณ์งาน 6. ถ้าได้งานนี้ คุณคิดว่าจะทำงานที่นี่นานเท่าไหร่
เทคนิคการตอบ
ให้ มุ่งประเด็นไปที่ความทุ่มเทของตัวเองและความท้าทายของงาน ด้วยการบอกว่าตราบใดที่งานมีความยากและท้าทาย ก็จะขอจะทุ่มเทความสามารถของตัวเองให้เต็มที่เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับ องค์กร

สิ่งที่ไม่ควรตอบ
บอกแผนการหรือระยะเวลา (ซึ่งเป็นความจริง) เช่น มีแผนไปเรียนต่ออีก 2-3 ปีข้างหน้า หรือ ทางบ้านมีแผนให้ไปช่วยธุรกิจที่บ้าน

คำถามสัมภาษณ์งาน 7. อะไรคือจุดอ่อนของคุณ
เทคนิคการตอบ
ควร เลือกจุดอ่อนที่เป็นความจริงและกำลังปรับปรุงหรือพัฒนาในขณะนี้ ที่สำคัญควรบอกผลลัพธ์หลังการปรับปรุงด้วย เช่น ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง ซึ่งตอนนี้กำลังเรียนภาษาอังกฤษอยู่ เรียนมานานเท่าไหร่ ที่ไหน และผลการเรียนเป็นอย่างไรบ้าง

สิ่งที่ไม่ควรตอบ
มีหลายคนเคยบอกว่าให้เปลี่ยนจุดแข็งให้เป็น จุดอ่อน เช่น เป็นคนทำงานหนักมากๆ ไม่เสร็จไม่กลับ อาจจะฟังดูดี แต่คุณกำลังทำลายตัวเอง เพราะปัจจุบันนี้การรู้จักจัดสรรเวลา (work life balance) เป็นประเด็นสำคัญของคุณภาพชีวิต อีกอย่างคุณกำลังโกหกเพื่อให้ดูดี แถมตอบผิดประเด็นอีกต่างหาก

คำถามสัมภาษณ์งาน 8. ทำไมคุณถึงลาออกจากงานเก่า
เทคนิคการตอบ
ตอบ ความจริงให้มากที่สุด แต่สั้นกระชับใจความ ไม่จำเป็นต้องตอบทั้งหมดถ้าความจริงมันเลวร้ายเหลือเกิน อย่าลืมว่าผู้สัมภาษณ์อาจขออนุญาตติดต่อบุคคลอ้างอิงเพื่อทำการตรวจสอบ ข้อมูลเหล่านั้น

สิ่งที่ไม่ควรตอบ
ควรหลีกเลี่ยงการวิจารณ์ที่ทำงานและนายเก่า เพราะเหล่านี้จะทำให้ภาพลักษณ์ของคุณดูแย่ และนั่นหมายถึงความกล้าที่จะวิจารณ์บริษัทต่อๆ ไปที่คุณร่วมงานด้วย

คำถามสัมภาษณ์งาน 9. อะไรคือสิ่งที่คุณชอบและไม่ชอบในงานเก่า (หรืองานที่กำลังทำอยู่)
เทคนิคการตอบ
ควรบอกสิ่งที่ชอบมากกว่าสิ่งที่ไม่ชอบ และให้คำอธิบายรวมถึงเหตุผลว่าทำไมเราจึงคิดเช่นนั้น

สิ่งที่ไม่ควรตอบ
บอกในสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องงานหรืออ้าง อิงถึงบุคคล เพราะนั่นหมายถึงคุณกำลังวิจารณ์คนอื่น ไม่จำเป็นต้องเล่าทุกอย่างที่แย่ๆ เกี่ยวกับงาน เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา

คำถามสัมภาษณ์งาน 10. อะไรคือสิ่งที่คุณประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต
เทคนิคการตอบ
ควร จะเป็นเรื่องที่รู้สึกภูมิใจที่สุดในช่วง 1-2 ปีของการทำงาน คุณอาจพูดถึงการเลื่อนขั้น ปรับตำแหน่งในการทำงาน หรือตลอดระยะเวลาที่ทำงานมามีแต่ความราบรื่นไม่เคยมีปัญหากับลูกค้า หากคุณมีความสำเร็จชัดเจน เช่น สามารถทำยอดการขายได้ทะลุเป้า 200% หรือ สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ 25% ให้เล่าที่มาของเรื่องนั้น วิธี แนวดำเนินการ ผลลัพธ์ ตลอดจนอุปสรรคที่เกิดขึ้น รวมถึงวิธี

การแก้ปัญหา
ถ้าเป็นผู้สมัครที่เพิ่งจบการศึกษาหมาดๆ อาจจะพูดถึงเกรดเฉลี่ย หรือความภาคภูมิใจที่สามารถสอบเข้ามหาลัยที่มีชื่อเสียงได้

สิ่งที่ไม่ควรตอบ
การแต่งเรื่องขึ้นเองหรือพูดเกินจริงกว่าสิ่ง ที่ได้ทำ ส่งผลให้วิธีการเล่าแตกต่างไป ซึ่งผู้สัมภาษณ์ที่มีความเชี่ยวชาญ จะสามารถตั้งคำถามต้อนจนจับได้ว่าเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น

ที่มาบทความ http://women.sanook.com เรียบเรียงเพิ่มเติม โดย Jamjung.com

เทคนิคสอบสัมภาษณ์งาน คำถามสัมภาษณ์งาน เพิ่มเติม

Q1: ทำไมคุณจึงไม่ทำผลการเรียนให้ดีกว่านี้

A : สำหรับคำถามนี้ควรตอบให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าผลการเรียนไม่ใช่จุดด้อยของคุณ ถึงแม้ว่าคุณจะเรียนไม่เก่ง แต่คุณมีคุณสมบัติด้านอื่นที่คิดว่าสามารถทดแทนกันได้ คุณคิดว่าผลการเรียนไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง ชีวิตในมหาวิทยาลัยยังมีอีกหลายสิ่งที่น่าค้นหาและเรียนรู้ คุณจึงเลือกที่จะทำกิจกรรมควบคู่ไปกับการเรียน ซึ่งทำให้คุณได้พบคนหลากหลายประเภท ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่นอกตำราเรียนซึ่งคุณสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตการทำงานได้
Q2 : ทำไมคุณจึงไม่ทำงานพิเศษในช่วงปิดเทอม

A : คุณคิดว่าประสบการณ์สามารถเก็บเกี่ยวได้จากหลายทางด้วยกัน คุณเลือกที่จะทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยโดยเข้าเป็นสมาชิกชมรมอาสาพัฒนาชนบท คุณได้เรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่น ในแง่ของการสื่อสาร การเปิดรับความคิดเห็น การทำงานเป็นทีม และการตัดสินใจ เป็นต้น อีกทั้งคุณยังได้รู้จักความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและต่อสังคมที่คุณอยู่ ประสบการณ์เหล่านี้ไม่อาจประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ แต่คุณเชื่อมั่นว่าทักษะต่าง ๆ ที่คุณได้จากการทำกิจกรรมจะช่วยให้คุณมีความพร้อมสำหรับชีวิตในการทำงานในอนาคต
Q3 : ทำไมเราจึงต้องเลือกคุณแทนที่จะเลือกผู้สมัครคนอื่น

A : ด้วยความที่คุณยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน คุณจึงมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะเปิดรับและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ คุณมีความกระตือรือร้นและมีความสนใจอย่างมากต่องานนี้ คุณอาจนำประสบการณ์จากการเรียน การทำรายงานกลุ่ม การทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในคณะ นอกคณะ และนอกมหาวิทยาลัย รวมถึงการฝึกงาน มาใช้เพื่อยกตัวอย่างถึงทักษะต่าง ๆ ที่คุณมี เช่น ทักษะในการสื่อสาร ทักษะในการทำงานเป็นทีม ทักษะในการแก้ปัญหา ความสามารถในการคิดริเริ่ม ความสามารถในการบริหารจัดการ และความสามารถในการปรับตัว ซึ่งทักษะเหล่านี้มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากต่อการทำงาน จึงทำให้คุณมั่นใจว่าคุณมีความเหมาะสมและสามารถทำงานนี้ได้เป็นอย่างดี
Q4 : ถ้าบริษัทของเราและบริษัทคู่แข่งของเราตกลงรับคุณเข้าทำงานในเวลาเดียวกัน คุณจะเลือกทำงานกับที่ใด (ในกรณีที่ทั้งสองบริษัทอยู่ในระดับเท่าเทียมกัน)

A : คำถามนี้ไม่เพียงต้องการให้คุณแสดงความจริงใจต่อบริษัทเท่านั้น คุณยังต้องมีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจของบริษัทที่คุณสมัคร รวมถึงรู้จักบริษัทคู่แข่งด้วย อย่างไรก็ดี การเลือกว่าจะทำงานที่ใดนั้นควรพิจารณาจากบริษัทที่เปิดโอกาสให้คุณได้เรียนรู้ พัฒนาความสามารถ รวมถึงมีความก้าวหน้าในอาชีพการงานในอนาคตเป็นสำคัญ
Q5 : คุณต้องการเงินเดือนเท่าไร

A : ในฐานะที่คุณเป็นบัณฑิตจบใหม่และยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน คุณอาจให้บริษัทพิจารณาเงินเดือนในอัตราปกติของตลาดแรงงานที่จ่ายให้กับนักศึกษาจบใหม่ในแต่ละสายอาชีพ และเมื่อคุณทำผลงานได้เป็นที่พึงพอใจ ขอให้นายจ้างพิจารณาเงินเดือนให้คุณอีกครั้งเมื่อพ้นระยะการทดลองงาน
Q6 : คุณเพิ่งเรียนจบ ทำไมคุณจึงลาออกจากงานที่เพิ่งทำได้ไม่นาน

A : ควรหยิบยกเรื่องโอกาสในการเรียนรู้และโอกาสในการพัฒนาความสามารถเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพมาเป็นเหตุผล มากกว่าการพูดว่าคุณไม่พึงพอใจในเรื่องค่าตอบแทน โดยเน้นด้วยว่าคุณได้พิจารณาอย่างรอบคอบ จนมั่นใจแล้วว่าควรจะมองหางานที่ใหม่ ซึ่งคุณเชื่อว่าบริษัทที่คุณสมัครอยู่ให้โอกาสพนักงานได้เติบโตและก้าวหน้าในอาชีพอย่างที่คุณต้องการ
Q7 : คุณเรียนจบมาหลายเดือนแล้ว ทำไมจึงยังหางานไม่ได้

A : คุณไม่ใช่คนเลือกงาน แต่คุณกำลังมองหางานที่คุณสนใจและเหมาะกับคุณจริง ๆ ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมาคุณมีโอกาสได้รับการสัมภาษณ์งานบ้างแล้ว แต่ที่คุณยังไม่ได้ตกลงใจกับที่ใดเป็นเพราะยังไม่พบงานที่เหมาะกับคุณ และที่คุณสมัครงานที่นี่เพราะเป็นงานที่อยากทำ และคิดว่าทำได้ดี
Q8 : คุณจะบอกนายจ้างหรือไม่ ถ้าคุณมีมุมมองที่แตกต่างจากเขา

A : แน่นอน คุณควรมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางสร้างสรรค์ หลังจากที่นายจ้างพูดจบ คุณสามารถแสดงความคิดเห็นได้ โดยเกริ่นว่าคุณเห็นด้วยกับมุมมองของเขา แต่ทว่าถ้ามองอีกมุมหนึ่งจะพบว่ามีบางอย่างที่น่าสนใจเช่นกัน จากนั้นคุณก็อธิบายมุมมองของคุณเพิ่มเติมลงไปบนพื้นฐานของเหตุและผล พร้อมทั้งกล่าวย้ำว่าคุณเชื่อว่าการทำงานเป็นทีมย่อมต้องมีความคิดเห็นที่แตกต่างจึงจะเกิดการสร้างสรรค์ขึ้น
Q9 : คุณมีวิธีจัดการกับความกดดันอย่างไร

A : วิธีหนึ่งที่ได้ผลดีคือการตั้งสติ ไม่ร้อนรนไปกับสิ่งที่มากดดันให้เกิดความเครียด แต่ควรแปรความกดดันเป็นพลังงานที่จะนำไปพัฒนาสร้างสรรค์งานต่าง ๆ ตลอดจนผลักดันให้ตัวคุณก้าวข้ามอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ไปสู่ความสำเร็จให้จงได้ พร้อมยกตัวอย่างวิธีจัดการกับความกดดันที่เกิดขึ้นในการเรียนของคุณ เช่น การลำดับสิ่งที่ต้องทำก่อนหลังในกรณีต้องส่งงานพร้อม ๆ กันหลายวิชา
Q10 : จุดด้อยที่สุดของคุณคืออะไร

A : ในข้อนี้คุณควรแปรสภาพจุดด้อยเป็นจุดแข็งของตัวเอง โดยการบอกกล่าวข้อด้อยของคุณที่สามารถแก้ไขได้ ยกตัวอย่างเช่น คุณเป็นคนขี้ลืม ดังนั้นเวลาจะทำอะไรคุณมักจะป้องกันโดยการตรวจสอบหลาย ๆ รอบ เพื่อมิให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้น ซึ่งจะทำให้งานที่ทำออกมามีความถูกต้องมากยิ่งขึ้นไปด้วย

ที่มา http://th.jobsdb.com/

เทคนิคสอบสัมภาษณ์งาน คำถามสัมภาษณ์งาน เพิ่มเติม

1.ทำไมคุณจึงอยากทำงานที่นี่

การที่จะทำงานทีไหนก็ตาม ผู้สัมภาษณ์จะต้องถามความเป็นมา ว่าทำไม คุณต้องการ ที่จะทำงาน ในบริษัทของเค้า และคำถามนี้ก็เป็น สิ่งที่คุณควร ทราบ และคุณก็ควรจะรู้ถึงเหตุผลของคุณอย่างแท้จริง ไม่ไช่ตอบไปสุ่มสี่สุ่มห้า เช่นคุณอาจจะตอบว่า

“ดิฉันมีความสนใจในระบบการทำงานของที่นี่มาก และก็ทราบมาว่า ทางบริษัท ได้เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคน ได้แสดงความสามารถ ได้อย่างเต็มที่ค่ะ และดิฉันยังทราบมาอีกว่า ที่บริษัทรับฟังข้อเสนอ ของพนักงานทุกคน และ พร้อมจะแก้ไขถ้าข้อเสนอนั้น จะสามารถ พัฒนา ให้บริษัทให้มีความมั่นคง และหน้าเชื่อถือยิ่งขึ้นค่ะ”

2.ทำไมคุณถึงออกจากงานที่เคยทำอยู่

คำถามนี้จะง่ายมาก สำหรับน้อง ๆ ที่ยังไม่เคยทำงานมาก่อน แต่จะเป็นคำถาม ที่ยากมาก สำหรับคนที่เคย มีประสบการณ์ ในการทำงานมาแล้ว และเป็น คำถามที่ตรงประเด็น มากเลยทีเดียว เพราะหากคุณพอใจ ต่องานที่ทำอยู่ คุณคงไม่ต้องหางานใหม่ ทำหรอกจริงไหมล่ะ คำถามนี้จึงเป็นคำถาม ที่คุณ ต้องเตรียมตัวอย่างมาก เลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น

“ผมอยากจะเรียนรู้ถึงงานสายใหม่ ที่น่าจะเหมาะสมกับตัวผม มากกว่า ที่ผม เคยทำอยู่ครับ และผมคิดว่างานที่นี้ เหมาะสมกับผม และผม พร้อมที่จะทำงาน ตรงนี้มากที่สุด”

และที่สำคัญ คุณห้ามนำข้อเสีย ที่คุณได้รู้จาก บริษัทเก่า มาพูดเด็ดขาด เพราะสิ่งนั้น อาจทำให้คะแนน แห่งความเชื่อถือ ของคุณ ลดลงก็ได้

3.ลองเล่าประวัติของคุณแบบย่อ ๆ

การที่จะทำงานร่วมกันได้นั้น สิ่งที่สำคัญ ก็จะเป็นเรี่อง ข้อมูลส่วนตัว ประวัติ ความเป็นมา เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สามารถบ่งบอกถึง นิสัยใจคอของคุณได้ และ สามารถบอกถึง ความเหมาะสม กับงานด้านนี้ของคุณ ในการตอบคำถาม จึงควรอยู่ในแง่ของ การทำงาน บุคลิกภาพส่วนตัว และแง่คิดของชีวิต บ้างนิดหน่อย คุณไม่ควรจะเล่าประวัติชีวิตของคุณให้มากเกินไป เพราะการพูดมากเกินไป อาจจะทำให้เกิดผลเสียแก่ตัวคุณเอง เช่น

” ผมเป็นคนเคารพเวลา ไม่ชอบให้ใครรอ เพราะฉะนั้นเวลาในการ ทำงานของผม จะตรงต่อเวลาเสมอ แต่ผมก็มีข้อเสียนะครับ คือเวลา ที่ผมรอใคร แล้วคนคนนั้น ไม่มาสักที ผมก็มักจะควบคุมอารมณ์ ของตัวเอง ไม่ค่อยได้ทั้ง ๆ ที่เหตุผลของเค้า เป็นเหตุผลที่น่าฟังมาก ก็ตาม และตอนนี้ผมกำลังหาวิธี เพื่อแก้ไข ข้อบกพร่องของผมอยู่ครับ”

4.คุณคิดจะทำอะไรให้กับบริษัทมากที่สุด

คำถามนี้จะทำให้คุณบอกถึง ความสามารถของคุณ ที่จะทำให้กับบริษัท ได้มากน้อยแค่ไหน ในการบอกถึงคุณสมบัติ ที่คุณสามารถทำได้นั้น ไม่ถือว่า เป็นการโอ้อวดว่า คุณเก่งแต่อย่างไร แต่สิ่งที่คุณพูดนั้น จะสามารถสร้าง น้ำหนัก ในการตอบคำถามให้แก่คุณได้

5.จะมีปัญหาอะไรไหมหากต้องทำงานล่วงเวลา

เจอคำถามนี้เข้า ก็ทำให้อึ้งเอาการ อยู่ทีเดียว ก็แหมใครอยากจะไป ทำงาน ล่วงเวลา หากไม่ได้ อะไรตอบแทนบ้างเลย ฉะนั้นในการตอบคำถามนี้ คุณควรจะกล่าวถึง ความพร้อมเสมอ ในการทำงานล่วงเวลา ถึงแม้ว่า ค่าตอบแทน อาจจะน้อยมาก หรือในการทำงานล่วงเวลา จะไปตรงกับ ตารางนัดสำคัญ กับคนพิเศษของคุณก็ตาม

“เพื่อให้งานประสบความสำเร็จ ผมก็พร้อมจะทำงาน ล่วงเวลาเสมอ”

6.เรื่องทั่ว ๆ ไป

ในการสัมภาษณ์คุณอาจจะต้องพูดถึง เรื่องปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ข่าวทาง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และค่านิยม ที่เกิดขึ้นในเวลานั้น เป็นข่าว หนังสือพิมพ์ คำถามนี้จะแสดงให้เห็นว่า คุณให้ความสนใจกับข่าวสาร บ้านเมือง ไม่เป็นคนที่ตกข่าว สามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง ที่เกี่ยวกับ เหตุการณ์ปัจจุบัน การทราบข้อมูลเหล่านี้ อาจทำให้คะแนน การสัมภาษณ์ ของคุณ เพิ่มขึ้นมาก็ได้

7.ความใฝ่ฝันและโครงการในอนาคต

เป็นการพิจารณาถึง ความเอาจริงเอาจังของคุณ เพราะหากคุณสามารถบอกถึง ทิศทางในอนาคตได้ นั่นก็แสดงว่าคุณสามารถรับผิดชอบ ในงานที่ได้รับ มอบหมายอย่างดีทีเดียว ก็ขนาดอนาคตที่ไม่มีใคร สามารถรู้ได้ คุณยัง วางแผนสู่อนาคต ได้อย่างเป็นระบบ นั่นก็หมายถึงว่า คุณไม่ได้มีความคิด ย่ำอยู่กับที่จริงไหม

8. คุณมีงานอดิเรกอะไรไหม

คำถามในข้อนี้จะเจาะประเด็นว่า คุณรู้จักแบ่งเวลาของคุณ ให้เกิดประโยชน์ มากน้อยแค่ไหน และแสดงให้เห็นถึง บุคลิกของคุณว่า คุณเป็นคนอย่างไร ร่าเริง เปิดเผย หรือเก็บตัว เช่น ถ้าคุณตอบว่า คุณชอบอ่านหนังสือ คุณอาจจะ ถูกถาม ต่อว่า หนังสือเล่มล่าสุดที่คุณอ่าน คือเรื่องอะไร และอาจให้คุณวิจารณ์ ถึงหนังสือเล่มนั้น ในการถามคำถามนี้ ยังสามารถได้รู้ถึง ความละเอียด อ่อนของคุณ การรู้จักสังเกต การมีปฏิภาณไหวพริบ กระทั่ง การใช้ชีวิต ร่วมกับคนอื่น ๆ อีกด้วย

9. คุณต้องการเงินเดือนเท่าไหร่

เป็นเรื่องที่ยากมาก ในการตอบคำถามนี้ ถ้าหากว่า งานที่คุณไปสมัคร ระบุ เงินเดือนไว้แล้ว ก็เกิดความสบายใจหน่อย แต่ถ้าไม่ได้ระบุถึง อัตรา ค่าจ้างเลย ก็แย่หน่อย ทางที่ดีคุณควรตอบ ตามอัตราเงินเดือน ที่คนทั่วไป ได้รับกัน เช่น อาจจะถามเพื่อน ที่ทำงาน เหมือนกับตำแหน่ง ที่คุณสมัคร หรือตอบตาม เงินเดือนราชการ ที่คุณทราบก็ได้ แต่ถ้าหากผู้สัมภาษณ์ เสนอเงินเดือน มาสูง หรือต่ำกว่า อัตราที่คุณรู้ คุณก็อย่าพึ่งตอบตกลง คุณอาจจะขอเวลาในการ พิจารณาสัก 3 วัน แล้วค่อยให้คำตอบ เพราะถ้า เกิดคุณตอบตกลงไปแล้ว และคุณมาขอขึ้นทีหลังก็เหมือนกับว่า คุณเป็นคนโลเล ไม่น่าเชื่อถือก็ได้

10. คุณมีข้อสงสัยอะไรอีกไหม

เจอคำถามนี้ก็บ่งบอกว่า การสัมภาษณ์ได้สิ้นสุดลง แต่ในการตอบคำถาม ข้อสุดท้ายนี้ จะตอบอย่างไรดี ที่จะแสดงว่า เราไม่เป็นคนไม่ฉลาดออกมา เช่น คุณอาจถามย้ำ เรื่องเวลาการทำงานก็ได้

“ผมอยากทราบเวลา ที่แน่นอน ในการทำงานของผมครับ”

หรือคุณอาจจะไม่ต้องการถามอะไรก็ได้ เพราะการ ไม่ได้ถามก็เท่ากับว่า คุณได้ทราบข้อมูล ของบริษัทมากพอแล้ว แต่ถ้าเกิด สงสัยจริง ๆ ก็ควรตั้ง คำถามที่ฟังแล้วดูดี และถูกใจนายจ้างของคุณ ให้มากที่สุด

ที่มา http://www.tumcivil.com/

เทคนิคสอบสัมภาษณ์งาน คำถามสัมภาษณ์งาน เพิ่มเติม

1.ทำไมถึงอยากทำงานที่นี่ (อาจจะเบสิคสำหรับบางคน แต่ผมว่าบางสถานการณ์มันก็ยากนะ)
2.ทำไมเราต้องเลือกคุณ คุณมีอะไรดีกว่าผู้สมัครคนอื่น อะไรที่คุณทำได้แล้วคนอื่นทำไม่ได้(ถ้าคนมีดีในตัวเองเยอะๆ คงง่ายมั้งครับ)
3.คุณคิดว่าคุณเหมาะกับเงินเดือนเท่านี้อย่างไร
4.ถ้าสมมติ ให้เลือกคนเข้าทำงาน ระหว่างคนที่มี skill สูงๆ กับคนที่มี attitude สูงๆ จะเลือกคนไหนดี
5.ระหว่างเก่งไปด้านเดียวลงลึกไปเลย กับรู้ทุกๆด้านแต่ไม่เก่งจริงซักด้าน อยากเป็นแบบไหนมากกว่ากัน
6.ปัญหาที่หนักที่สุดที่คุณเคยเจอ (โดยส่วนตัว ผมชอบคำถามนี้ที่สุดเพราะมันชีวิตผมมันเป็นปัญหา – -” ทำให้สามารถเล่าได้นานที่สุด)
7.คุณทำตัวอย่างไรเมื่อเจอปัญหานั้น และแก้ปัญหาในข้อ 6 อย่างไร (คำถามนี้ชอบรองลงมา เพราะว่ามันเป็นการอธิบายความสามารถในการแก้ปัญหาของเราในระดับหนึ่ง)
8.คุณชอบทำงานกับคนแบบไหน คนแบบไหนที่คุณคิดว่าคบไม่ได้
9.จุดอ่อนของคุณคืออะไร วิธีการแก้ไขทำอย่างไร
10.คิดว่าอีก 10 ปีข้างหน้าคุณจะได้เงินเดือนเท่าไหร่ (เหมือนจะมองทัศนคติของเรา)
11.สิ่งใดที่ทำให้มองเห็นส่วนที่เป็นความคิดสร้างสรรค์ของคุณ (ผมว่าอันนี้ยาก)
12.คุณคิดว่าคุณโง่มั้ย …. คุณคิดว่าคุณฉลาดมั้ย …. เพราะอะไร
13.อธิบายข้อดีของคุณ … อธิบายข้อเสียของคุณ …
14.ถ้าทำงานไป2ปีแล้วเงินเดือนคุณไม่ขึ้น แล้วหัวหน้าก็ไม่ไล่คุณออก คุณจะทำอย่างไร (อึ้งไปแวบนึงเลย กับคำถามนี้)
15.ถ้าทำงานไป 2เดือน แล้วคุณรู้สึกตัวว่ามาผิดสาย คุณจะทำยังไง (ผมชอบคำตอบของคำถามนี้ !)
16.คุณอดทนกับสิ่งที่คุณไม่ชอบได้ขนาดไหน
17.ขอให้คุณสัมภาษณ์ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษกับหัวหน้าชาวญี่ปุ่น-เกาหลี ฟัง (ผมว่าอันนี้ก็แล้วแต่คนแล้วล่ะครับ ^^)

ที่มา คุณภูมิ [เอกภูมิ] ภูมิพันธุ์ http://pi.eng.src.ku.ac.th/mod/forum/discuss.php?d=3799

Jamjung.com เราหวังว่าการรวบรวมครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ อ่านเพิ่มเติมจากแหล่งที่มาของเราได้ครับ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

Leave a comment

You must be Logged in to post comment.