Home » งานใหม่ » สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ การแนะนําตัวเป็นภาษาอังกฤษในการสัมภาษณ์งาน


สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ การแนะนําตัวเป็นภาษาอังกฤษในการสัมภาษณ์งาน

สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ เป็นอะไรที่หลายคนกลัวมากๆ เพราะพื้นฐานภาษาไม่แข็งแรง แต่ต้องบอกเพื่อนๆก่อนว่า บริษัทดัง บัริษัทต่างชาติ ที่ให้ค่าตอบแทนในการทำงานสูง ย่อมมีการสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษแทบทั้งสิ้น เพราะฉนั้น การเตรียมตัว เพื่อรับการสัมภาษณ์เป็นเรื่องสำคัญนะครับ และต้องบอกก่อนนะครับว่า มันไม่ได้ยากจนทำไม่ได้ อย่ากลัวครับ วันนี้ Jamjung.com เอา ตัวอย่างคำถาม สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ , การแนะนําตัวเป็นภาษาอังกฤษในการสัมภาษณ์งาน, และเทคนิคสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ มาฝากเพื่อเป็นแนวทางครับ

สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ การแนะนําตัวเป็นภาษาอังกฤษในการสัมภาษณ์งาน

สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ PART I ส่วนนี้เป็นการเริ่มต้นในการสัมภาษณ์

เป็นการทักทายกันของคนสัมภาษณ์ และผู้ถูกสัมภาษณ์ครับ การสนทนาก็ไม่มีอะไรมากครับ ทักทายกันธรรมดา

Q : Good morning / afternoon

A : Good morning / afternoon – sir / mam.

Q : How are you today?
How are you doing? ** ทั้งหมดความหมายเดียวกัน ว่า สบายดีไหม**
How do you do?

A : I’m fine / I’m good ..thanks and you?

Q : ก็แล้วแต่เค้าจะตอบ

สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ PART II ส่วนนี้เริ่มต้นการสัมภาษณ์ แล้วนะครับ

การสัมภาษณ์ ( interview ) ส่วนนี้เป็นการเข้าเรื่องการสัมภาษณ์

Q : Would you like to tell me about yourself? อยากให้เล่าเกี่ยวกับตัวเอง

A : I was born in …
I graduated from …. In …ปีที่จบ
Major ….
When I was student. I have experienced sum part time jobs as …. (ถ้ามี / ถ้าไม่มีข้ามไป)
On my free time. I like to surf net and ….(งานอดิเรก) เช่น reading, movies, แต่ควรจะเป็น เรื่องที่เกี่ยวข้องกะงานเอาไว้จะดีกว่า ….

Q : Would you like to tell me about your wok experiences? เล่าการทำงาน

A : After graduated in 2000 (สมมติ) I have got a first job at ….ชื่อบ.
Worked as … ตำแหน่งงาน
My responsibility are …. ทำอะไรบ้าง ….

Second job ….งานที่ 2 …

** ให้เล่าอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบตามประสบการณ์ของเรา **

คำถามเพิ่มเติม จากการเล่าประสบการณ์ของเรา Following questions

Q : Do you have a computer skill ? ทักษะคอม
Can you speak other language? พูดภาษาอื่นได้อีกไหม
Can you use internet? ใช้อินเตอร์เน็ต
Can you use office material? เครื่องใช้สำนักงานเป็นไหม
- Yes I can .
Do you stay alone in Bangkok? อยู่กรุงเทพคนเดียวเหรอ
- Yes / No, with friends,relatives
Do you have sister or brother? อันนี้โดนเองเลย .. ไม่รู้จะถามทำไม
- Yes,1 sister / No am the only one child.

** คำถามมีอีกมากมาย แต่เท่าที่พบด้วยตัวเองก็จะประมาณนี้ **

หลังจากนั้นผู้สัมภาษณ์จะเล่าเกี่ยวกับบริษัทของเขา เช่น ลักษณะธุรกิจ เปิดมากี่ปีแล้ว บริษัทแม่อยู่ที่ไหน วัตถุประสงค์ อื่นๆ แล้วก็จะวกเข้ามาที่ตำแหน่งที่เราสมัครว่า ทำไมเขาจึงมีความต้องการรับคนเข้าทำงานในตำแหน่งนี้ ซึ่งคุณนายไม่สามารถเขียนบรรยายได้เพราะมันมากมาย … เอาเป็นว่าเขาจะถามเราแล้วหล่ะว่า

Q : Do you have any questions?
Any questions?
About our business, do you have a questions?

ซึ่งถ้าเราไม่แน่จัย ก็ให้บอกว่า

A : No, I will have more question after I’ll see you again. ยังไม่มีตอนนี้ เอาไว้ร่วมงานกันแล้วมีแน่ๆ ประมาณนั้น

หรือถ้าเราเกิดสงสัยต่างๆ ก็ตั้งคำถามที่เกี่ยวข้องกับตัวงาน เพื่อให้เขารู้สึกว่า เราสนจัย

A : How many staffs are working in this section? มีพนักงานทำงานตำแหน่งนี้กี่คน

** ถ้าเราไม่มีคำถามแล้ว เขาอาจจะปิดการสัมภาษณ์ **

Q : Well,we will need to talk together then will give you feedback later.
We will call you later.
We will get back to you as soon as possible.
** อีกมากมาย **
A : Yes .. Thank you very much I will look forward to hear from you ขอบคุณ ฉันจะรอ .. ในที่นี่หมายถึง โทรศัพท์

Q : Sure .. thanks for coming แน่นอน …. ขอบคุณที่แวะมา

A : Thanks for your time and opportunity ขอบคุณที่ให้โอกาศและเสียสละเวลามาสัมภาษณ์

Q : Have a nice day … Goodbye / Goodluck

A : Thanks , same to you .. ถ้าเราไม่อยากพูดยาว หรือไม่ก็พูดเหมือนเขานั่นแหละ

สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ PART III ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้ในการสัมภาษณ์งาน

ส่วนนี้จะเป็นการ รวมประโยคภาษาอังกฤษในการสัมภาษณ์งานเพื่อเอาไปใช้ในการตอบ หรือตั้งคำถามใน Part II ครับ

  • Why did you apply for this position? (ทำไมคุณจึงเลือกสมัครตำแหน่งนี้) หรือ

Why do you want to leave your present job? (ทำไมคุณจึงต้องการออกจากงาน ที่ทำอยู่ปัจจุบัน)
คำถามประเภทนี้ ต้องตอบในลักษณะที่ว่า เราต้องการมีประสบการณ์มากขึ้น และอยากมีความรับผิดชอบ มากขึ้นกว่านี้อีก เช่น

I would like to broaden my experience and have more responsibility. หรือ

I have been looking for another job which give me more responsibility and offer better prospects for the future. (ผมกำลังหางานใหม่ ที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น และมีอนาคตที่ดีกว่า)

  • ไม่ควรทำตัวคุ้นเคยจนเกินไป ถึงแม้ว่า บริษัทที่เราไปสมัครนั้น จะไม่ค่อยเคร่งครัดเกี่ยวกับระเบียบมากนักก็ตาม เช่น ถ้าหากผู้สัมภาษณ์ แนะนำตัวเองว่า “My name is James Thomson” ก็ไมควรเรียกเขาโดยใช้ชื่อแรกว่า “Mr.James” เพราะในภาษาอังกฤษถือว่าไม่สุภาพ ควรจะเรียกเขาว่า “Mr.Thomson” จะเหมาะสมกว่า
  • ตามปกติแล้ว มีน้อยครั้งที่ผู้สัมภาษณ์จะเริ่มต้นโดยกล่าวว่า

“Right, tell me about yourself.” (เอาละช่วยบอกให้ผมทราบเกี่ยวกับตัวคุณหน่อยซิ)
คำ ถามลักษณะนี้ เวลาตอบต้องถามผู้สัมภาษณ์ให้แน่นอนว่า จะให้เริ่มเล่าตั้งแต่ตอนไหน โดยการถามเขาว่า “Where would you like me to begin?”
เมื่อถึงตอนนี้ผู้สัมภาษณ์อาจจะพูดว่า “I’d like you to tell me a bit about what you’ve been doing since you left University.” (ผมอยากให้คุณเล่าให้ฟังนิดหน่อยว่า คุณทำอะไรหลังจากจบมหาวิทยาลัยแล้ว)
ผู้ สมัครอาจจะตอบว่า well, when I graduated in 1986, I started work as a salesman with an electronics company and I have been with this company since then.” (เมื่อผมได้รับปริญญาในปี ค.ศ.1986 ผมก็เริ่มทำงานเป็นเซลส์แมนกับบริษัทอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่ง และผมก็ได้ทำงานกับบริษัทนี้ มาจนกระทั่งบัดนี้)

  • อนึ่ง การที่เราชักชวนให้ผู้สัมภาษณ์พูดนั้น ย่อมเป็นวิธีที่ดีอย่างหนึ่ง และเวลาเขาพูด เราก็ต้องแสดงความในใจให้เขาเห็น โดยการตอบรับบ้าง อย่านั่งฟังแต่เพียงฝ่ายเดียว เช่น

“That’s interesting.” (นั่นน่าสนใจจริงๆ ครับ) หรือ
“I see.” (อย่างนั้นหรือครับ)

My name is Jaturaporn Kijphithak. My nickname is Nut. I was born on 6th of October, 1981. I’m 30 years old now.

ข้าเจ้าชื่อนายจตุรพร กิจพิทักษ์ ชื่อเล่นว่า นัท เกิดวันที่ 6 ตุลาคม 2524 ปัจจุบันอายุ 30 ปี

I finished my elementary education form Baan-Tahphutsa School in 1993, and completed high school education from Klong-Klungrajrungsan in 1999.

จบการศึกษาในระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนบ้านท่าพุทรา ปี พ.ศ.2536 แล้วเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาต่อที่โรงเรียน คลองขลุงราษรังฎสรรค์จนจบ ในปีพ.ศ.2542

I started my higher education at Rajjabhat-Kamphangphet University in 2001, and graduated in 2004

แล้วมาเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชรปี พ.ศ.2544 จบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ.2547

For my achievements, I was in military service for 1 year until 2006. Then I got a job in Kamphangphet province. Unfortunately, I got a motorcycle accident only after a couple months. As a result of this incident, I had to be in the hospital for recovering for many years.

สำหรับหน้าที่การงาน รับราชการทหารมา1ปี ปลดประจำการปี พศ.2549 เข้ามาทำงานในจังหวัดกำแพงเพชร แต่ทำได้ไม่กี่เดือนก็เกิดอุบัติเหตุทางรถจักยานยนต์ เลยหยุดพักรักษาตัวไปนานหลายปี

Since 2010, I’ve returned for further learning and to get a teaching degree in Rajjabhat-Kamphangphet University, until present.

จนกระทั้งในปี พ.ศ.2553 ก็กลับมาเรียนเพิ่มเติม เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชรอีกในสาขาวิชาชีพครู

แนะนำตัว

I graduated with a bachelor’s degree in (สาขาวิชาที่จบ เช่น Communication Arts) from (ชื่อสถาบัน) University. In my
course of study I took courses in (ชื่อวิชาที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่รับผิดชอบในตำแหน่งงานที่คุณสมัคร เช่น Public Relations
and Advertising), with grad A in Advertising course.

While in the university I have joined (ชื่อชมรม/ชื่อกิจกรรม the Journalist Club) in 2008-2009 and I have been voted for a chairman in 2010. I learned a lot from this club. I got new friends from other faculties. Learn to work with others,
learned to be a leader and learn how to succeed together.

During my last summer vacation, I interned at (ชื่อบริษัท), a leading media agency in Thailand where I had
a chance to practise writing advertising copies and learned how to work as professional in the field.

I currently work as a (ชื่อตำแหน่ง) at (ชื่อบริษัท).

I previously worked as a (ชื่อตำแหน่ง) at
(ชื่อบริษัท).

My responsibilities include (หน้าที่ความรับผิดชอบของคุณ).

I am interested to apply for this position because I am confident that my
experience in (ลักษณะงานที่ทำ) will prove to be a suitable match for your
needs.

PART IIII คำถามที่ไม่ควรถาม งดเลยนะครับ ห้ามถามเด็ดขาด

คำถามที่ไม่ควรถามต่อผู้สัมภาษณ์

  • Do I have to sign a contract?

(ผมต้องเซ็นสัญญาหรือไม่)

  • What are the working hours?

(ชั่วโมงการทำงานเป็นอย่างไร)

  • Will I have to work overtime?

(ผมต้องทำงานล่วงเวลาหรือไม่)

  • What degree have you obtained?

(ท่านสำเร็จศึกษาอะไรมา)

  • How much vacation leave am I entitled to?

(ผมมีสิทธิลาหยุดงานได้นานเท่าไร)

  • Do we have a Labour Union here?

(ที่นี่เรามีสหภาพแรงงานได้หรือไม่)

  • Will I have the cpportunity to travel overseas?

(ผมจะมีโอกาสไปต่างประเทศหรือไม่)

  • What fringe benefits does your company offer?

(ทางบริษัทให้ผลประโยชน์อะไรบ้าง)

ที่มาข้อมูล

http://www.jobbkk.com

http://guru.sanook.com

http://th.jobsdb.com/

ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

เรียบเรียงโดย Jamjung.com

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

Leave a comment

You must be Logged in to post comment.