สตีฟ จ๊อบส์ เสียชีวิตแล้ว Steve Jobs เสียชีวิต หลังจาก apple เปิดตัว iphone4s แค่วันเดียว ผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิล วัย 56ปี เสียชีวิตแล้วจากโรคมะเร็งตับอ่อน
ข่าวนี้จาก CNN ครับ Jamjung.com ขอไว้อาลัยด้วยครับ RIP

Steve Jobs เสียชีวิต
Apple co-founder Steve Jobs dies aged 56
อ่านข่าว สตีฟ จ๊อบส์ เสียชีวิต เพิ่มเติม
http://www.bbc.co.uk/news/world-us-canada-15193922
ประวัติ สตีฟ จ๊อบส์ ที่มา : th.wikipedia.org/wiki/สตีฟ_จอบส์
สตีเฟน พอล “สตีฟ” จอบส์ (อังกฤษ: Steve Jobs, 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1955 – 5 ตุลาคม ค.ศ. 2011) เป็นผู้นำธุรกิจและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ผู้ร่วมก่อตั้ง ประธาน อดีตประธานกรรมการบริหารของแอปเปิลคอมพิวเตอร์ และยังเคยเป็นประธานกรรมการบริหารพิกซาร์แอนิเมชันสตูดิโอส์ และเป็นคณะกรรมการบริหารบริษัทเดอะวอลต์ดิสนีย์ใน ค.ศ. 2006 หลังดิสนีย์ซื้อกิจการพิกซาร์
เขาร่วมก่อตั้งแอปเปิลคอมพิวเตอร์กับสตีฟ วอซเนียก ใน ค.ศ. 1976 เป็นผู้มีส่วนช่วยทำให้แนวความคิดเรื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเป็นที่นิยมขึ้นมา ด้วยเครื่อง Apple II ต่อมา เขาเป็นผู้แรกที่มองเห็นศักยภาพทางการค้าของส่วนประสานงานผู้ใช้แบบกราฟิกส์และเม้าส์ ที่ถูกพัฒนาขึ้นในศูนย์วิจัยซีร็อกซ์พาร์ค ของบริษัทซีร็อกซ์ และได้มีการผนวกเทคโนโลยีเหล่านี้เข้าไว้ในเครื่องแมคอินทอช[6][7] หลังพ่ายแพ้ในการแย่งชิงอำนาจกับคณะกรรมการบริหารใน ค.ศ. 1984[8][9] จอบส์ลาออกจากแอปเปิลและก่อตั้งเน็กซ์ บริษัทพัฒนาแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะในการศึกษาขั้นอุดมศึกษาและตลาดธุรกิจ การซื้อกิจการเน็กซ์ของแอปเปิลใน ค.ศ. 1996 ทำให้จอบส์กลับเข้าทำงานในบริษัทแอปเปิลที่เขาร่วมก่อตั้งขึ้นนั้น และเขารับหน้าที่ CEO ตั้งแต่ ค.ศ. 1997 ถึง 2011 จอบส์ยังเป็นประธานกรรมการบริหาร และผู้บริหารระดับสูงของพิกซาร์แอนิเมชันสตูดิโอส์ ผู้นำด้านการผลิตภาพยนตร์แอนิเมชันด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ ทั้งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ 50.1% กระทั่งบริษัทวอลต์ดิสนีย์ซื้อกิจการไปใน ค.ศ. 2006 จอบส์เป็นผู้ถือหุ้นมากที่สุดของดิสนีย์ที่ 7% และเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหารของดิสนีย์
หลังจาก สตีฟ จอบส์ ประกาศแก่พนักงานแอปเปิลคอมพิวเตอร์ว่าตรวจพบมะเร็งตับอ่อนตั้งแต่กลางปี ค.ศ. 2004 จอบส์ ก็มีปัญหาทางสุขภาพเรื่อยมา จนตัดสินในลาออกจากการเป็นประธานกรรมการบริหารของแอปเปิลคอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 2011 และ เสียชีวิตในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 2011 หลังจากที่แอปเปิลคอมพิวเตอร์ ประกาศเปิดตัว ไอโฟน 4เอส ได้เพียงแค่วันเดียว
ก่อตั้งแอปเปิล
จอบส์ได้กลับมายังมลรัฐแคลิฟอร์เนีย และได้เริ่มเข้าประชุมชมรม “เครื่องคอมพิวเตอร์ทำเองที่บ้าน” กับ สตีฟ วอซเนียก จากนั้นก็สมัครเข้าทำงานในตำแหน่งช่างเทคนิคที่ อาตาริ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และวิดิโอเกมส์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ตลอดช่วงเวลานี้ มีการค้นพบว่านกหวีดของเล่นที่แถมมาในกล่องอาหารเช้าทำจากธัญพืชยี่ห้อแคปแอนด์ครันช์ ทุกกล่อง เมื่อนำมาดัดแปลงเล็กน้อยแล้วจะสามารถทำเกิดเสียงความถี่ 2,600เฮิร์ทซ์ ที่ใช้ในระบบโทรศัพท์ทางไกลของเอทีแอนด์ทีได้ โดยไม่รอช้า ในปีค.ศ. 1974จอบส์กับวอซเนียกได้เริ่มธุรกิจผลิตกล่อง “บลูบ็อกซ์” จากแนวความคิดดังกล่าวอันทำเราสามารถโทรศัพท์ทางไกลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
ในปีค.ศ. 1976 สตีฟ จอบส์ในวัย 21 ปี กับสตีฟ วอซเนียก วัย 26 ปี ได้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิล คอมพิวเตอร์ขึ้น ในโรงรถที่บ้านของครอบครัวจอบส์ เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่จอบส์กับวอซเนียกได้นำเสนอออกสู่สายตาได้แก่เครื่องApple I มันถูกตั้งราคาไว้ที่ 666.66 ดอลลาร์สหรัฐ โดยนำตัวเลขมาจากหมายเลขโทรศัพท์ของเครื่องตอบโทรศัพท์เล่าเรื่องตลกขบขันของวอซเนียก ที่มีเบอร์โทรลงท้ายด้วย -6666
ในปีค.ศ. 1977 จอบส์กับวอซเนียก ได้นำเครื่อง Apple II ออกสู่ตลาด และประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดคอมพิวเตอร์ใช้งานในบ้าน และทำให้แอปเปิลกลายเป็นผู้ผลิตรายสำคัญในวงการอุตสาหกรรมเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ในเดือนธันวาคม ปีค.ศ. 1980 แอปเปิลคอมพิวเตอร์ได้กลายมาเป็นบริษัทมหาชน และการเปิดขายหุ้นให้แก่สาธารณชนผู้สนใจร่วมลงทุน ทำให้สถานภาพส่วนตัวของจอบส์สูงส่งขึ้นเป็นอันมาก ในปีเดียวกันนี้เอง แอปเปิลคอมพิวเตอร์ได้นำเครื่อง Apple III ออกวางตลาด แต่กลับประสบความสำเร็จน้อยกว่าเดิม
ในขณะที่ธุรกิจของแอปเปิลกำลังเติบโตต่อไป บริษัทได้เริ่มมองหาผู้มีความเชี่ยวชาญในการบริหารธุรกิจเพื่อมาช่วยในการขยายกิจการ ในปีค.ศ. 1983 จอบส์ได้ว่าจ้าง จอห์น สกัลลีย์ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเป็บซี่-โคล่า ให้มาดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของแอปเปิล โดยที่จอบส์ได้กล่าวท้าทายเขาว่า “คุณต้องการจะใช้ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ไปกับการขายน้ำหวาน หรือว่าต้องการโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงโลกนี้กันแน่?” ในปีเดียวกัน แอปเปิลยังได้เปิดตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ลิซา ที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าแต่กลับไม่ประสบความสำเร็จทางการตลาดแต่อย่างใด
ในปีค.ศ. 1984 เราได้เห็นการเปิดตัวเครื่องแมคอินทอช เครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นแรกที่มีส่วนประสานงานผู้ใช้แบบกราฟิกส์ที่ประสบความสำเร็จทางการค้า การพัฒนาเครื่องแมคริเริ่มขึ้นโดย เจฟ ราสคินและทีมงานที่ได้แรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นโดยศูนย์วิจัยซีรอกซ์พาร์ก แต่ยังไม่มีการนำมาพัฒนาเพื่อการค้า ความสำเร็จของเครื่องแมคอินทอช ทำให้แอปเปิลเลิกพัฒนาเครื่อง Apple II เพื่อส่งเสริมสายการผลิตเครื่องรุ่นแมค ซึ่งยังคงยืนหยัดมากระทั่งทุกวันนี้
15 สิ่งเกี่ยวกับ Steve Jobs ที่คุณยังไม่รู้
1. Timeline
- 1973 ลาออกจากการเรียนวิทยาลัย
- 1974 ร่วมงานกับบริษัท Atari บริษัทเกมชื่อดังในยุคนั้น
- 1974 ออกเดินทางไปอินเดียเพื่อค้นหาความหมายของชีวิต
- 1976 ก่อตั้งบริษัท Apple
- 1985 ออกจาก Apple
- 1985 ก่อตั้งบริษัท NeXt
- 1986 ก่อตั้ง Pixar
- 1996 หวนคืนสู่ Apple บ้านเก่า
- 2006 ขาย Pixar
2. เขาเป็นดิสเล็กเซีย ซึงเป็นอาการผิดปกติทางสมองที่สัมพันธ์กับการอ่าน การเขียน และการสะกดคำ
บุคคลสำคัญคนอื่นที่เป็นโรคเดียวกันได้แก่
- Alexander Graham Bell ผู้คิดค้นโทรศัพท์
- Albert Einstein ผู้คิดค้นทฤษฏีสัมพันธภาพ
- Henry Ford ผู้ก่อตั้ง Ford
3. เขาเคยเป็นเด็กที่ชอบก่อปัญหา
โดยเมื่อตอนเรียนอยู่เกรดสามนั้นได้โดนบังคับให้ยอมรับสารภาพว่าเป็น “ความสยองขวัญตัวน้อย” เนื่องจากเขาเคยปล่อยงูเข้าไปในห้องเรียนและเคยจุดระเบิดด้วย!
4. เขาเป็นพนักงานหมายเลข 0
เนื่องจากผู้บริหารของ Apple ชุดแรกนั้นต้องการให้พนักงานทั้งหมดมีป้ายเครื่องหมายประจำตัว ซึ่งเจ้าป้ายเครื่องหมายนั้นจะแสดงชื่อและหมายเลขซึ่งจะเรียงตามลำดับคนที เข้ามาทำงานก่อนไปหลัง
ทว่า Steve Wozniak วิศวกร Apple II และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทนั้นได้หมายเลข 1 และ Jobs ได้หมายเลข 2 จึงทำให้ฝ่ายหลังนั้นไม่ยอมและทำการประท้วงจนกระทั่งได้หมายเลข 0 เพราะว่ามันมาก่อน 1 นั่นเอง…
5. เขาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ครั้งแรกเมื่ออายุ 12 ปี
Larry Lang ผู้ซึ่งเป็นวิศวกรประจำ Hewlett Packard ได้แสดงเครื่องคอมพิวเตอร์กับ Steve Jobs ในวัย 12 ปี ซึ่งทำให้เขาอยากได้มันขึ้นมาทันที “ผมคิดว่ามันดูเรียบร้อยประณีตมาก ผมแค่ต้องการป่วนมันเล่นเท่านั้น”
6. เขารักการประดิษฐ์ตัวอักษร
หลังจากที่ดร๊อปจากการเรียนที่ Reed แล้ว เขาได้เข้าเรียนทางด้านการประดิษฐ์ตัวอักษร และก็หลงรักการประดิษฐ์ฟอนท์และการเขียนหนังสือขึ้นมาทันที โดยเขาได้ยกความดีความชอบให้กับการเรียนดังกล่าวในการที่ทำให้เขาสามารถคิด ค้นแบบอักษรอันสวยงามสำหรับเครื่อง Macintoch ขึ้นมา (ที่ซึ่ง Windows ได้ลอกเลียนแบบไป)
7. เขาไม่ได้เป็นคนรักสะอาดนัก
เนื่องจากตอนที่ทำงานกับ Atari นั้นเขาโดนย้ายไปทำงานกะกลางคืนเพราะว่าเนื้อตัวสกปรกและมีกลิ่นตัวแรง
8. เขาซื้อสูทตัวแรกเมื่อตอนอายุ 22
อันเนื่องมาจากเมื่อปี 1977 นั้นได้มีการจัดงาน Computer Faire ขึ้นที่ West Coast และเป็นที่แรกที่เขานำเสนอเครื่อง Apple II (เลยต้องทำตัวให้ดูน่าเชื่อถือขึ้นมาหน่อย)
9. เครื่องแบบประจำกายของเขาคือ
- เสื้อคอเต่าสีดำที่ทำมาจากผ้าขนสัตว์ชนิดหนึ่ง
- กางเกงยีนส์ Levi สีฟ้า (ซึ่งเขาเองมีมากกว่า 100 ตัว)
- รองเท้า new Balance Sneakers ไซส์ 14
10. เขาโดนประกาศว่าเสียชีวิตแล้วมาครั้งหนึ่ง
ในปี 2008 Bloomberg ได้ส่งข่าวมรณะกรรมของเขาออกไป และข่าวนั้นก็แพร่กระจายไปทั่วอินเตอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว
11. เขาชอบทานผลไม้มาก
การที่ Apple ได้ชื่อนั้นมาส่วนหนึ่งเนื่องจากมันเป็นผลไม้โปรดของ Steve Jobs โดยทั้งเขาและภรรยานั้นเป็นมังสวิรัติที่เคร่งมาก และไม่ยอมทานอาหารใดๆ ที่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์เลย
12. เขาได้ประธานของ PepsiCo เข้ามาทำงานใน Apple
โดยเขาได้เคยหว่านล้อม John Scully ให้ลาออกจาก PepsiCo และเสนอตำแหน่งซีอีโอของ Apple ให้ด้วยการพูดว่า “คุณอยากขายน้ำผสมน้ำตาลไปตลอดชีวิตหรือคุณอยากจะเปลี่ยนแปลงโลก?”
13. รายได้ของเขา:
- $1 (ราว 33 บาท) ต่อปีในฐานะที่ดำรงตำแหน่งซีอีโอของ Apple และ
- $48 ล้าน (ราว 1,584 ล้านบาท) ต่อปีซึ่งได้มาจากมูลค่าหุ้นของ Disney
14. เขาเป็นบุคคลทีรวยเป็นอันดับที่ 136 ของโลกในปี 2010
จากการจัดอันดับโดย Forbes โดยมีทรัพย์สินทั้งหมดคิดเป็นมูลค่า $5.5 พันล้าน (ราว 181 พันล้านบาท)
15. เขาเป็นพวกชอบก่อกวนทางโทรศัพท์ (pranksters) ตัวยง!
โดยเมื่อตอนนำเสนอ iPhone ต่อ Macworld ในปี 2007 นั้นเข้าได้โทรไปหา Starbucks และสั่งกาแฟลาเต้ 4,000 แก้ว
ที่มา: Online Schools, www.i3.in.th
เรื่อง: falcon_mach_v
[...] Steve Jobs สตีฟ จ๊อบส์ เสียชีวิตแล้ว ด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน [...]